การประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

 ความหมายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

       ในเรื่องความหมายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จะขอกล่าวถึง ความหมายของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย และความหมายของการสร้างเสริมพฤติกรรม ด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ดังนี้

        1. ความหมายของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย การประเมินพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคม มีคำที่เกี่ยวข้องคือการประเมิน และคำว่าพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคม ซึ่งมีความหมาย ดังนี้

         การประเมิน (assessment) หมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลของเด็กที่แสดงถึงพัฒนาการและการเรียนรู้ สุขภาพ พฤติกรรม ความรู้ ความต้องการ ความตั้งใจและความสนใจ ของเด็กตลอดจนสิ่งที่ -

เด็กต้องการ ความช่วยเหลือพิเศษ (Morrison,2006: 156)

         การประเมิน หมายถึง รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลายที่เป็นสิ่งแสดงหรือเป็นหลักฐานที่จะ-นำมาสังเคราะห์ และตัดสินใจเกี่ยวกับความรู้ ความสามารถ ความสนใจของผู้เรียน (McAfee and leong, 2011: 2)

         สำหรับความหมายของคำว่าพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยจะ เกี่ยวข้องกับคำว่าพัฒนาการทางสังคม ของเด็กปฐมวัย ซึ่งมีผู้ให้คำอธิบายไว้ ดังนี้

         กระทรวงศึกษาธิการ (2548: 137) ระบุว่า พัฒนาการทางสังคมเป็นความสามารถในการสร้าง -ความสัมพันธ์ กับ ผู้อื่น มีทักษะการปรับตัวในสังคม คือความสามารถทำหน้าที่ ตามบทบาทของตน ร่วมมือกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ความเป็นตัวของตัวเอง และรู้กาลเทศะ สำหรับเด็กหมายความรวมถึงความสามารถในการช่วยเหลือ ตนเองในชีวิตประจำวัน และเกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านจิตวิญญาณ คุณธรรม การรู้จักแยกแยะความรู้สึก ผิดชอบ ชั่วดี และความสามารถในการเลือกดำรงชีวิตในทางสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

         พัชริน  ผลโยธิน (2549: 11-5) ให้ความหมายว่า พัฒนาการทางสังคม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่น มีทักษะการปรับตัวอยู่ในสังคม รวมทั้งความสามรถในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ตลอดจนคุณธรรม จริยธรรม

         ดริสคอลล์และนาเจล (Driscoll and Nagel, 2008: 50,78) ให้ความเห็นว่า ความสารถทางสังคม คือ ความสามารถในการสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น ความสามารถเข้าร่วมกลุ่มและเป็นเพื่อนเล่นที่ดีกับเด็กคนอื่นได้ สามารถปฏิบัติสัมพันธ์กับผู้อื่นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจ ทั้งนี้ พัฒนาการทางสังคมของเด็กสะท้อนให้เห็นถึง ค่านิยม และมาตรฐานของครอบครัว ชุมชน และ สังคม ที่เด็กได้ซึมซับรับรู้ในแต่ละช่วงเวลาของวัย และปรากฏ ออกมาในลักษณะของการแสดงพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องมาเป็นลำดับ ลักษณะของ พฤติกรรมทางสังคมที่เด็กเรียนรู้จะเป็นการเรียนแบบ แบบแผนพฤติกรรมในการสร้าง -ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ ปรับเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน

         จากความเห็นดังกล่าว สรุปได้ว่า การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย หมายถึง

การรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กที่เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับ -

บุคคลอื่นและทักษะ การปรับตัวอยู่ในสังคมปรากฏในแต่ละช่วงอายุเพื่อนำผลที่ได้มาพิจารณาในการสร้าง -เสริมพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม ต่อไป

          

ความสำคัญของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมล้านยังคมของเด็กปฐมวัย

        1. ความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย เวิรธ์แรม (Wortham,

1994: 131) ให้ความเห็นที่แสดงถึงความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ดังนี้

            1) ทำให้รู้ว่าเด็กมีพัฒนาการทางสังคมเป็นอย่างไร

            2) ทำให้รู้ว่าเด็กมีวิธีการเรียนรู้ทักษะทางสังคมอย่างไร

            3) ทำให้รู้ถึงความต้องการของเด็กที่จะเรียนรู้ทักษะทางสังคมเพื่อนำไปสู่การตอบสนองที่เหมาะสม

            4) ทำให้รู้ถึงวิธีการจัดการทางสังคมของเด็ก

            5) ทำให้ตระหนักว่าพฤติกรรมทางสังคมที่เด็กแสดงออกที่ต่างออกไปย่อมมีที่มาผู้ใหญ่จึงต้องทำ -ความเข้าใจและตอบสนองให้เหมาะสม

         2. ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคม การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็ก -ปฐมวัยด้านสังคม มีความสำคัญดังนี้

             1. การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคมในระยะเวลาของวัยที่เหมาะสม จะทำให้เด็ก

มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดี และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเป็นพฤติกรรมสังคมทางบวกอื่น ๆ ในวัยต่อไป

ดังความเห็นของ เฮนตริก (Hondrik, 1996: 250) ที่ระบุว่ามีงานวิจัยที่แสดงว่าเด็กอายุประมาณ 2 ปี มีการ-แสดงพฤติกรรมด้านสังคมทางบวกคือการรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ดังเช่นจากการสังเกตในห้องเรียนเด็กบริบาล พบว่า เด็กชอบช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และทำงานเลียนแบบผู้ใหญ่ และพบว่าเด็กที่ชอบอาสาช่วยงาน มักจะเป็นคนชอบอาส่าช่วยเหลือสถานการณ์ต่าง ๆ อีกด้วย

             2. การสร้างเสริมพฤติกรรมสังคมทางบวกให้กับเด็กปฐมวัย จะทำให้เด็กมีพฤติกรรมสังคม

ที่เหมาะสมช่วยให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น และการได้รับการสร้างเสริมที่เหมาะสมจะทำให้เด็กพัฒนาทักษะทางสังคมอื่น ๆ ได้อีก (Essa, 2003: 356) ทั้งนี้มีงานวิจัยระยะยาวที่พบว่า เด็กที่มีพฤติกรรมสังคมทางบวกลักษณะเช่นเดียวกันนี้ต่อไปในช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นขึ้น (Hendrik. 256 250)

            

             3. การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยค้านสังคม จะเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีต่อพัฒนาของเด็ก

ที่จะได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมและรู้ -บทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

             การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมให้แก่เด็กในระยะปฐมวัย จึงเป็นการจัดประสบการณ์ด้านสังคม

ที่ให้เด็กมีพื้นฐานทักษะทางสังคมที่เหมาะสม ซึ่งทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงทักษะทางสังคมที่จะช่วยส่งเสริมให้ -สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมที่จะเป็นส่วนช่วยให้สังคมน่าอยู่

การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมให้แก่เด็กในช่วงเวลาที่เหมาะสม ยังช่วยให้เด็กมีพื้นฐานของพัฒนาการทางสังคมที่ดีและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในวัยต่อไป

         สรุป การประเมินพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคม หมายถึง การรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงจากการแสดงออกเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบุคคลอื่น และทักษะการปรับตัวอยู่ในสังคมเพื่อ

ผู้อบรมเลี้ยงดูเด็กจะได้นำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจ สร้างเสริมพฤติกรรมต้านสังคมที่เหมาะสมต่อไป

          การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคม เป็นการจัดประสบการณ์ทางสังคมให้เด็กมีพื้นฐานทักษะ -

ที่เหมาะสม ที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้อย่างดี ปรับตัวและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น

อย่างมีความสุข และเป็นพื้นฐานของพัฒนาการทางสังคมในวัยต่อมา

 

ขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

       เป้าหมายของการพัฒนาเด็กปฐมวัยประการหนึ่ง คือการส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มีปัจจัยที่เกิดจากตัวเด็กเองที่จะต้องเป็นผู้ที่-มีที่มีทักษะทางสังคมที่มีการแสดงพฤติกรรมที่ผู้อื่นยอมรับได้ และมีความพึงพอใจที่ได้ติดต่อสัมพันธ์ด้วย และ-รวมไปถึงการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในสภาพของสังคม วัฒนธรรมของตนเอง ร่วมรับรู้และใส่ใจต่อ -สิ่งแวดล้อมรอบตัว และเข้าใจถึงการแสดงพฤติกรรมในฐานะของการเป็นสมาชิกของสังคมโลก ผู้อบรมเลี้ยงดู-เด็กจึงมีบทบาทหน้าที่ในการสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านสังคมเพื่อให้เด็กมีทักษะพื้นฐานทางสังคมที่เหมาะสม อันจะก่อตัวในการพัฒนาสังคม นิสัยของเด็กในวัยต่อไป สำหรับขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยในเรื่องที่ 10.1.2 นี้ ประกอบด้วย

       1) ขอบข่ายของ -พฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยตามทัศนะของนักวิชาการ และ

       2) ขอบข่ายของพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยตามจุดหมายการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคมของหน่วยงานดังนี้

ขอบข่ายของพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยตามทัศนะของนักวิชาการ

      เด็กปฐมวัยในระยะวัยเริ่มต้น ตั้งแต่เกิดจะมีลักษณะของการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการการ -ตอบสนองจากผู้อื่นทั้งทางกายและความต้องการทางจิตใจ และจากการตอบสนองของผู้อบรมเลี้ยงดูเด็กได้มี-การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จึงค่อย ๆ รับรู้และเรียนรู้เรื่องของการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นจากนั้นจะค่อย ๆ สร้าง-ความสัมพันธ์กับผู้ที่ใกล้ชิดมากขึ้นตามความสามารถในการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น การสร้างความสัมพันธ์นี้จะค่อย ๆ ขยายอกไปสู่บุคลที่อยู่รอบตัวออกไป และเมื่อเติบโตขึ้นความสามารถทายเพิ่มขึ้น ความสามารถในการสื่อสารเพื่อสื่อถึงความต้องการความสนใจของตนเพิ่มขึ้น ความสามารถทางอารมณ์เพิ่มขึ้น เช่น การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่นการรู้ว่าการกระทำของคนคนหนึ่งมีผลต่อความรู้สึกของผู้อื่นการเริ่มรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา การรับรู้ทางอารมณ์-จิตใจดังกล่าวทำให้เด็กปฐมวัยสนใจที่จะสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเริ่มสนใจกับเด็กวัย -เดียวกันและแสดงออกในลักษณะของการมอง การเข้าไปร่วมเล่น และการสร้างมิตรภาพ ลักษณะทางสังคมที่แสดงออกของเด็กสามารถจัดเป็นชอบข่ายเพื่อนำไปสู่การประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมตามตามทัศนะของนักวิชาการ ดังนี้

       ทิศนา แขมมณี และคนอื่นๆ (2535: 126 อ้างถึงใน อรุณี หรดาล และคนอื่นๆ 255555: 1-8) ได้ระบุคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์ของเด็กไทยตามหลักการปฐมวัยศึกษา และข้อมูลทางพระพุทธศาสนาและ -

วัฒนธรรมไทยที่เกี่ยวกับการพัฒนาด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ได้แก่

       1) คุณลักษณะพัฒนาการทางคุณธรรม ซึ่งประกอบด้วยการเป็นผู้มีการปฏิบัติตามโอวาท 3พระพุทธศาสนา คือเว้นทำชั่ว ทำดี มีการฝึกจิตให้ผ่องใส่ และการมีคุณธรรณธรรม

       2) ด้านบุคลิกภาพที่เป็นผู้มีความร่าเริงแจ่มใส เป็นมิตรต่อผู้อื่น มีกิริยามารยาทแบบไทยทั้งกาย วาจา

ผู้มีความร่าเริงแจ่มใส มีความเชื่อมั่นในตนเอง รู้จักพึ่งตนเอง มีความรับผิดชอบ รู้จักยึดหยุ่นอย่างเหมาะสม

       3) ด้านสังคม เป็นผู้สามารถเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักเคารพในสิทธิหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ เห็นคุณค่าในศิลปะและวัฒนธรรม

ของชาติ รู้จักรักษาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        พัชรี ผลโยธิน (2549: 11-1617) อธิบายลักษณะพัฒนาการทางสังคมที่ประกอบด้วยลักษณะที่สรุปได้

ดังนี้

        1) ความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง (self concept) เกิดจากประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการอบรมเลี้ยงดูและการตอบสนองอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกเกิดที่ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นใจ มั่นใจในสภาพแวดล้อม เด็กที่-รู้สึกต่อตนเองจะรู้สึกดีต่อผู้อื่นด้วย

        2) ความเป็นมิตร (fiendship) เป็นการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างพึ่งพอใจ เด็กที่มีความเป็นมิตรจะเกิดจากการรู้สึกอบอุ่นใจผูกพันกับคนในครอบครัว มีความสัมพันธ์ที่ดีและนำมาสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ -ผู้อื่น

        3) พฤติกรรมสังคมเชิงบวก (prosocial behavior) เกิดเมื่อเด็กเริ่มรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่นรู้จักสังเกตพฤติกรรมท่าทีของผู้ใหญ่และเลียนแบบพฤติกรรมในการสร้างความสัมพันธ์และการปฏิบัติกับผู้อื่น

จึงเป็นแบบออย่างที่ดีและเป็นผู้อบรมสร้างเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมสังคมที่เหมายสม

        จิตตินันท์ เดชะคุปต์ (25555: 5-445-47) ให้ความเห็นที่สรุปว่า พฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย

จะเริ่มจากการปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างแม่กับทารกและจะค่อย ๆ พัฒนาจากการพึ่งพาผู้เลี้ยงดูมาสู่การ -พึ่งพาการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นรอบข้าง และเรียนรู้บทบาทของตนเองในสังคม ลักษณะพัฒนาการทาง -สังคมของเด็กแต่ละคนจะเกี่ยวข้องกับ 1) ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นภายในตนเอง การรู้จักตนเอง การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ 2) ความแตกต่างทางสังคมระหว่างบุคคล ประกอบด้วย ลักษณะทางเพศซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับรู้เพศของตน และการยอมรับบทบาททางเพศ ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

ที่ทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเอง และพื้นฐานทางอารมณ์ที่มีผลต่อการปรับตัวการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จำนวนสมาชิกในครอบครัวกับการอบรมเลี้ยงดูที่มีผลต่อการปรับตัวของเด็ก และการอบรมขัดเกลาทางสังคม

        

        เอสสา (Essa, 2002 : 357) ให้ความเห็นว่าเด็กวัย 3-4 จะเริ่มเข้าสู่โลกทางสังคมอย่างแท้จริง โดยเริ่มออกสังคมสู่โลกภายนอก ส่วนใหญ่จะเข้าสู่สถานพัฒนาเด็ก ทำให้เด็กได้เริ่มเข้ากลุ่มกับเด็กวัยเดียวกัน และ –เมื่อเด็กอยู่ร่วมกันเป็นสังคมจึงมีความคาดหวังที่จะให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่นและเรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น สำหรับทักษะทางสังคมที่จำเป็นที่จะต้องฝึกฝนให้เด็กได้แก่ การปฏิสัมพันธ์กับ กลุ่ม การรู้บทบาททางเพศ การรับรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเชื้อชาติและวัฒนธรรม

        เฮนดริต (Hendrik, 1996: 256) ระบุถึงเป้าหมายของการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็ก -ปฐมวัยจากการสำรวดความเห็นขอครูผู้สอนในสหรัฐอเมริกาพบว่า มีความเห็นกันกันใน ประเด็น ดังนี้

             1) การพัฒนาให้เด็กรู้จักการเห็นอกเห็นใจ

             2) การสอนให้รู้จักการแบ่งปันเอื้อเฟื้อผู้อื่น

             3) สอนให้รู้จักการเมตตา ทำให้คนอื่นรู้สึกดี

             4) สอนให้รู้ว่าทุกคนจะต้องเคารพกฎ กฎมีไว้สำหรับให้ทุกคนปฏิบัติ

             5) สอนให้เห็นคุณค่าของความร่วมมือ การประนีประนอม มากกว่าการจะเอาชนะ หรือการไม่ -

ยอมกัน

            6) สอนให้เห็นคุณค่าของความเป็นมิตร

            7) การช่วยให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษสามารถใช้ชีวิตร่วมกับกลุ่มได้อย่างเหมาะสม และสามารถ

เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้

        แมคอาฟี่และลีออง (McAfee and Leong 2011: 233-237) ได้แสดงขอบข่ายของการประเมินพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย มีเป้าหมายของการพัฒนาเด็กให้ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านไปพร้อม ๆ กันอย่างเต็มศักยภาพ

 

        1. เด็กวัยแรกเกิด-3 ปี

           - รับรู้และสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

           - ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย

       2. เด็กอายุ 3-6 ปี

           - ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย

           - รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย

           - อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาชนอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ส่วนการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านสังคม กำหนดขอบข่ายไว้ 3 ประเด็น(กระทรวงศึกษาธิการ 2539)

        1. การช่วยเหลือตนเอง ซึ่งประเมินจากพฤติกรรม

            - การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

            - การระมัดระวังและดูแลตนเองให้ปลอดภัย

        2. การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งประเมินได้จากพฤติกรรม,

            - การเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

            - การปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตาม

         3. มารยาทตามวัฒนธรรมไทย ซึ่งประเมินได้จากพฤติกรรม

         การปฏิบัติตนถูกต้องตามกาลเทศะ

          คณะศึกษาวิจัยสมรรถนะของเด็กปฐมวัย (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2553: 40-46) ได้ให้ความเห็น ถึงพัฒนาการทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ครอบคลุมถึงพฤติกรรมทางสังคมของเด็กที่เกี่ยวข้องกับความสามารถทาง สังคมของเด็ก ดังนี้

         1. การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ (interaction with adults) เป็นการแสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงทักษะความ สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ เช่น การพูดคุยสื่อสาร การปฏิบัติตนต่อผู้ใหญ่ การมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ในการคิด การ ปฏิบัติต่างๆ การแสดงท่าที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ เป็นต้น

          2. การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเด็ก (interaction with peers) เป็นการแสดงพฤติกรรมที่แสดงทักษะทางสังคม เชิงบวกกับเพื่อนเด็กด้วยกัน เช่น การพูดคุย การเล่น การช่วยเหลือและการยอมรับการช่วยเหลือจากเพื่อน การ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ไม่แสดงความก้าวร้าว การเคารพกฎเกณฑ์ กติกาในการเล่นหรือ ทำกิจกรรมกับกลุ่ม รู้จักการประนีประนอมเมื่อมีปัญหาขัดแย้ง เป็นต้น

          3. พฤติกรรมการปรับตัวทางสังคม (adaptive social behavior) เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความตระหนักรู้ ว่าพฤติกรรมมีผลกระทบต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม เช่น การปฏิบัติตามกฎระเบียบทางสังคม เข้าร่วมกิจกรรมกับ ผู้อื่นได้ กล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ รู้ถึงผลการกระทำของตนที่มีต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้อื่น เป็นต้น

          4. เห็นคุณค่าของความแตกต่าง (appreciating diversity) เป็นความสามารถที่เด็กแสดงถึงการตระหนักรู้ เห็นคุณค่าและยอมรับนับถือในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น การปฏิบัติตนอย่างสุภาพต่อ ทุกคน เล่นกับกลุ่มเด็กที่แตกต่างไปจากตน รู้จักและยอมรับเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และแสดงความคิด เกี่ยวกับความเป็นธรรมในกลุ่ม เป็นต้น

           จากความเห็นของนักวิชาการ จากจุดหมายการศึกษาปฐมวัยที่ต้องการ และพัฒนาการด้านสังคมของเด็ก ปฐมวัย สามารถสรุปชอบข่ายของการประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยได้หลายประการ ในที่นี้จะกล่าวถึงขอบข่ายที่สำคัญๆ ประกอบด้วย

           1. การช่วยเหลือตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กปฐมวัยในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง โดยพึ่งพาผู้อื่นน้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

           2. ความเป็นมิตรหรือการเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและความสามารถในการ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในขณะที่เล่นร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งการสื่อสารและการสร้างความ สัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อให้การติดต่อสัมพันธ์และการ ๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น และความสามารถของเด็กในการแสดงออก ที่แสดง

           3. พฤติกรรมสังคมทางบวก ซึ่งเกี่ยวข้อง ความเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่น การปฏิบัติตนที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และการปฏิบัติที่ทำให้อยู่ร่วม กันอย่างราบรื่น

แนวการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

      การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย เป็นการประเมินเพื่อให้ทราบถึงสภาวะทางสังคมของเด็ก ว่าเป็นไปตามคุณลักษณะตามวัยหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาไปตามวัย และ -การเตรียมพื้นฐานทักษะทางสังคมให้พร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

      การประเมินพฤติกรรมด้านสังคม เป็นการประเมินที่ครอบคลุมตามขอบข่ายพฤติกรรมทางสังคม โดยมี -วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ประเมินที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริง ข้อมูลที่ได้จะนำมา -ประกอบการตัดสินใจในการสร้างเสริมด้านสังคมของเด็กต่อไป ในเรื่องที่ 10.1.2และที่ 10.1.3 1.3 แนวการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จะครอบคลุมประเด็น ที่เกี่ยวข้องคือ 1) วัตถุประสงค์การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย 2) วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ใน การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็ก -ปฐมวัย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

วัตถุประสงค์การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

      การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัยมีลักษณะเช่นเดียวกับการประเมินพฤติกรรมอื่น ๆ คือ

ผู้ประเมินจะต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ว่าต้องการประเมินพฤติกรรมในด้านใด เด็กปฐมวัยที่ได้รับการประเมินนั้นมีคุณลักษณะตามวัยอย่างไรเพื่อให้ได้ข้อมูลมาตัดสินใจในการจัดประสบการณ์เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็ก ด้านสังคมต่อไป

      การประเมินจึงต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเรื่องที่ต้องการประเมินสำหรับวัตถุประสงค์การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมมีดังนี้

           1. เพื่อให้ทราบถึงความสามารถตามวัยด้านสังคมของเด็ก ว่าเป็นไปตามคุณลักษณะตามวัยหรือไม่ ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นไปตามธรรมชาติ ตามระดับความสามารถทางกายที่ -เพิ่มขึ้นทำให้เด็กลดการพึ่งพาผู้อื่นลง และพึ่งพาตนเองมากขึ้นเด็กเริ่มติดต่อสื่อสารและสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของเด็กจึงเกิดขึ้นตามวัยและวุฒิภาวะ และผลจากการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว เด็กจะแสดงพฤติกรรมทางสังคมตามคุณลักษณะตามวัยการประเมินพฤติกรรมจึงช่วยให้ทราบถึงความสามารถตามวัยของเด็ก

          2. เพื่อช่วยให้ทราบถึงความต้องการและความสนใจใจที่จะพัฒนาพฤติกรรมด้านสังคมของเด็ก ทั้งนี้เด็กในแต่ละระดับอายุจะมีความต้องการและความสนใจ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมแต่ละเรื่องที่ต่างกันไป และบางเรื่องจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนา -ต่อเนื่องไปสู่พัฒนาการที่เข้มแข็งในวัยต่อไป เช่น เมื่อเด็กมีความสามารถทางกายเพิ่มขึ้นมีอิสระในการเคลื่อนที่ เด็กจึงต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง และเมื่อเปิดโอกาสให้เด็กช่วยเหลือตนเองตามความสามารถ เด็กจะรู้สึกภาคภูมิใจและพัฒนาไปสู่ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ขณะเดียวกันการให้เด็กได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นเด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เป็นความจำเป็นที่ผู้อบรมเลี้ยงดูเด็กต้องสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการ ความสนใจของเด็ก และเป็นโอกาสอันดีที่จะตอบสนองความต้องการความสนใจของเด็กเพื่อให้เด็กเกิดพฤติกรรมด้านสังคมที่เหมาะสมตามช่วงวัย และเป็นพื้นฐานของพฤติกรรมด้านสังคมอื่นในวัยต่อไป ทั้งนี้หากละเลยเด็กอาจไม่ได้รับการพัฒนาพฤติกรรมนั้น ๆ และอาจจะพัฒนาไม่ได้ในภายหลัง อันจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กได้

        3. เพื่อนำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมให้เหมาะสมกับเด็ก ทั้งนี้แม้เด็กจะมี - แบบแผนของพัฒนาการที่คล้ายคลึงกัน แต่เด็กแต่ละคนจะมีอัตราการเปลี่ยนแปลงและลักษณะการพัฒนาที่-ต่างกันตามความแตกต่างระหว่างบุคคลและจากประสบการณ์ที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูที่ต่างกัน

การประเมินพฤติกรรม จะทำให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับสภาวะของเด็ก และนำไปสู่การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมตามความจำเป็นต่อไป

        4. สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กในสถานพัฒนาเด็ก การประเมินพฤติกรรม

ด้านสังคมจะทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถ ความต้องการ และความสนใจของเด็ก เพื่อนำมาสู่การจัดสภาพแวดล้อม และจัดประสบการณ์เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมที่จำเป็นให้แก่เด็กต่อไป

        5. การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็ก จะทำให้ได้ข้อมูลที่อธิบายถึงลักษณะของเด็กแต่ละคน

และจากข้อมูลดังกล่าวนี้จะนำไปสู่การตัดสินใจและการร่วมมือกันของผู้ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและพัฒนาเด็กในเรื่องที่มีความจำเป็น และตามขอบข่ายของพฤติกรรมด้านสังคมที่ควรสร้างเสริมให้แก่เด็กปฐมวัยใน สภาพสังคมนั้น ๆ วัตถุประสงค์ของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จึงเป็นการประเมินเพื่อให้ได้ข้อมูลที่นำไปสู่การสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็ก เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมต่อไป

 

วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

        1. วิธีการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย การประเมินพฤติกรรมเด็กปฐมวัยโดยทั่วไป มีวิธี ประเมินด้วยกัน วิธี คือ

              1.1 การสังเกตและการบันทึก ซึ่งมี แบบคือ การสังเกตอย่างมิระบบ เป็นการสังเกตที่มีจุดมุ่งหมาย แน่นอนตามแผนที่วางไว้ และการสังเกตแบบไม่เป็นทางการ เป็นการสังเกตขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวัน และเกิด พฤติกรรมที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นและผู้ประเมินจดบันทึกไว้

              1.2 การสนทนา เป็นการประเมินเพื่อทราบถึงความรู้สึกนึกคิดของเด็ก และเป็นการประเมินความ สามารถในการแสดงความคิดเห็น และพัฒนาการด้านการใช้ภาษาของเด็ก แล้วผู้ประเมินบันทึกผลการสนทนาลงใน แบบบันทึก

              1.3 การสัมภาษณ์ เป็นการประเมินด้วยการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคล โดยผู้ประเมินจะถามคำถาม ที่ต้องการทราบถึงความคิดของเด็ก และบันทึกข้อมูลลงในแบบสัมภาษณ์

              1.4 การรวบรวมผลงานที่แสดงถึงความก้าวหน้าแต่ละด้านของเด็กเป็นรายบุคคล โดยจัดเก็บรวบรวม ไว้ในแฟ้มผลงาน (portfolio) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของเด็กโดยจัดเก็บอย่างเป็นระบบด้วยเครื่องมือต่างๆ ข้อมูลนี้จะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการแต่ละด้านของเด็ก

              1.5 การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นการประเมินความเจริญเติบโตโดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง การวัดเส้นรอบศีรษะ การตรวจสุขภาพปากและฟัน การได้รับวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐาน (กระทรวงศึกษาธิการ 2548: 86-96)

         ทั้งนี้การประเมินพฤติกรรมดังกล่าว ผู้ประเมินสามารถเลือกวิธีการที่นำมาใช้ให้เหมาะกับลักษณะกิจกรรม และสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการประเมิน สำหรับการประเมินพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคมที่ -เหมาะสมคือวิธีการสังเกต เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารกับผู้อื่น การสังเกตพฤติกรรมจึงเป็นวิธีการประเมินพฤติกรรมทาง ตรงที่จะทำให้เข้าใจเด็กมากที่สุด

          ทั้งนี้การประเมินพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยด้วยวิธีการสังเกตนี้จะสังเกต พฤติกรรมของเด็ก

ที่แสดงออกในชีวิตประจำวัน ทั้งการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจกรรมต่าง ๆ การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งกับ -เด็กและผู้ใหญ่ การปฏิบัติตนในสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่ออยู่ในสังคม การสังเกตพฤติกรรมด้านสังคม จะสังเกต พฤติกรรมใน ลักษณะคือสังเกตพฤติกรรมทางสังคมที่กำหนดไว้ในแผนการสังเกตที่ต้องการสังเกตพฤติกรรม เด่นที่เด็กแสดงออกโดยสังเกตอย่างต่อเนื่องและสังเกตพฤติกรรมที่แสดงถึงความเข้มหรือความถี่ของพฤติกรรมที่เด็กแสดง (Essa, 2003: 154-155)

         พัฒนาการด้านสังคม

พัฒนาการทางด้านสังคม

   ประกอบด้วย 3  มาตรฐาน คือ

         มาตรฐานที่ 1  มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

         มาตรฐานที่ 2  รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย

         มาตรฐานที่ 3  อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          สำหรับแนวทางการประเมินพัฒนาการในด้านพัฒนาการด้านสังคมที่ครอบคลุม 3 มาตรฐานข้างต้นนี้นั้น คุณครูปฐมวัยจะต้องสังเกตว่าเด็ก ๆ แต่ละคน มีความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ปรับตัวในการเล่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้หรือไม่  ตลอดจนสังเกตว่าเด็ก ๆ สามารถทำหน้าที่ตามบทบาทของตน สามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน และสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันได้   

          การประเมินพัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย การประเมินความมีวินัยในตนเอง   การช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การระวังภัยจากคนแปลกหน้าและสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย การดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การมีสัมมาคาระและมารยาทตามวัฒนธรรมไทย รักความเป็นไทย การยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น การปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

 ที่มา : https://www.rathakun.com/check-performance-for-childrens/


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ จิตใจ